ชวนทำเค้กไข่ไต้หวัน เนื้อฟู เนียนนุ่มเด้งดึ๋ง ละลายในปาก พร้อมเทคนิคสุดพิเศษ

Advertisements



เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงได้ลิ้มลองเค้กไข่ไต้หวันราคาแอบแพงกันมาบ้างแล้ว สำหรับใครที่อุปกรณ์พร้อมมาลองทำเมนูเค้ก ชนิดนี้กันเองดีไหม วันนี้เราขอนำเสนอวิธีทำเค้กไข่ไต้หวัน (Taiwanese Castella Cake) สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ เนื้อเค้กนุ่มหอม ปล่อยทิ้งไว้นานก็ไม่ยุบ ไม่ต้องใส่สารเสริมคุณภาพและผงฟูก็อร่อย อยากรู้ว่าทำอย่างไรเลื่อนลงไปด้านล่างเลยจ้า


วันนี้ป้าไปตลาดเพื่อไปซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ มาทำขนม เหมาไข่มาเป็นแผง (30 ฟอง) แต่โชคไม่ดี ป้าซุ่มซ่ามทำถาดไข่คว่ำ เปลือกไข่ร้าวไปหลายฟอง (ดีนะที่ไม่แตกกระจาย) เลยต้องรีบจัดเมนูที่ต้องใช้ไข่เป็นส่วนประกอบหลัก ๆ ก่อน นั่นก็คือเมนู“เค้กไข่หรือเค้กไต้หวัน” เมนูนี้เป็นเมนูที่หลาย ๆ ท่านแนะนำเข้ามา ซึ่งป้าตั้งใจจะทำ “เค้กไข่ไต้หวัน” อยู่แล้ว แต่เป็นเพราะเปลือกไข่ที่ร้าวได้ใจ เลยต้องเลื่อนมาทำเร็วขึ้นแค่นั้นเอง

เค้กไข่ไต้หวัน สำหรับพิมพ์ขนาดกว้าง 7 x ยาว 11 x สูง 2 นิ้ว

ส่วนผสม ไข่แดง


   • ไข่แดง (เบอร์ 2) 7 ฟอง

   • แป้งเค้ก 150 กรัม

   • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

   • นมข้นจืด 145 กรัม

   • กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา

   • น้ำมันพืช 100 กรัม

ส่วนผสม ไข่ขาว


   • ไข่ขาว (เบอร์ 2) 7 ฟอง

   • ครีมออฟทาร์ทาร์ (หรือน้ำมะนาว) 1 ช้อนชา

   • น้ำตาลทราย 100-120 กรัม (สามารถเพิ่ม-ลดน้ำตาลได้ค่ะ)

   • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา



วิธีทำเค้กไข่ไต้หวัน


ขั้นตอนแรกเราจะมาเตรียมวัตถุดิบกันก่อนนะคะ แยกไข่แดงกับไข่ขาว เตรียมไว้



   หลังจากนั้นทำส่วนผสมไข่แดงโดยร่อนแป้งเค้กกับเกลือป่น ถ้าอยากได้เค้กที่เนื้อละเอียดก็ร่อนสัก 2 รอบ การร่อนแป้งจะทำให้กรองเศษฝุ่น และระหว่างที่ร่อนแป้ง อากาศจะเข้าแทรกระหว่างเนื้อแป้งทำให้แป้งฟูและเบาขึ้นไปอีกค่ะ

   จากนั้นก็ตวงส่วนผสมที่เป็นของเหลว ได้แก่ นมข้นจืด และน้ำมันพืช น้ำตาลทราย และแยกไข่เอาไว้ค่ะ

   เทน้ำมันพืชใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนน้ำมันร้อน เสร็จแล้วปิดเตา (หรือนำน้ำมันพืชเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที) จากนั้นแป้งเค้กใส่ลงไปผสมกับน้ำมัน



   ขั้นตอนนี้ทำให้เค้กมีความนุ่มและเบาโดยที่ไม่ต้องพึ่งสารเสริมใด ๆ ไขมันจะเคลือบแป้งไว้ ไม่ให้แป้งสัมผัสกับน้ำ เพราะเวลาที่แป้งสัมผัสกับน้ำหรือของเหลวจะทำให้เกิดกลูเตนค่ะ กลูเตนจะมีความเหนียว ถ้าตะล่อมแป้งกับน้ำนาน ๆ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เค้กเหนียวได้ค่ะ

   ใช้ไม้พายคนให้คลายร้อนลงบ้าง หลังจากนั้นใส่นมข้นจืด เพื่อเพิ่มความหอมนุ่มและรสชาติที่กลมกล่อมมากขึ้น หลังจากนั้นคนหรือตะล่อมให้เข้ากัน



ใส่ไข่แดงลงไป เพิ่มความหอมด้วยกลิ่นวานิลลา ตะล่อมให้เข้ากันและพักไว้



   ทำส่วนผสมไข่ขาวโดยตีไข่ขาวจนเป็นฟองหยาบ หลังจากนั้นใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ (ครีมออฟทาร์ทาร์จะช่วยทำให้ไข่ตีขึ้นฟูง่าย และทำให้ฟองอากาศที่ตีอัดเข้าไปมีความอยู่ตัวมากขึ้น ไม่ยุบตัวง่าย) ตีพอเข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพด (เพื่อเพิ่มความนุ่มและยืดหยุ่นให้กับเค้ก) ตีพอเข้ากัน



   ทยอยใส่น้ำตาลทรายลงไป (น้ำตาลทรายแบ่งใส่สัก 3 รอบค่ะ ถ้าใส่ไปทีเดียวฟองอากาศอาจจะยุบตัวได้ และน้ำตาลก็จะละลายช้าด้วยค่ะ) ตีจนตั้งยอด



   ตักเมอแรงค์หรือไข่ขาวมาบางส่วนใส่ชามส่วนผสมไข่แดง (ถ้าใส่ไปทีเดียวหมดจะผสมเข้ากันยากกว่า และทำให้เสียฟองอากาศเยอะ เป็นสาเหตุที่ทำให้เค้กไม่ขึ้นฟู) ตะล่อมเบาจนเข้ากัน พอเข้ากันแล้วก็ใส่ที่เหลือลงไปตะล่อมจนเนียนเข้ากัน

   เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ (พิมพ์รองด้วยกระดาษไข ก่อนเอากระดาษไขรองอย่าลืมทาไขมันหรือเนยบนถาดด้วยนะคะ) เคาะพิมพ์เพื่อไล่ฟองอากาศสัก 1-2 ครั้ง ถ้ายังมีฟองอยู่ก็เอาไม้จิ้มฟันเจาะฟองออก เค้กอบมาหน้าจะได้สวย ๆ ไม่มีรูพรุนค่ะ



   นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 150-160 องศาเซลเซียส บนถาดน้ำร้อน อบเป็นเวลา 35-40 นาที แล้วแต่เตาแต่ละบ้านด้วยนะคะ บางเตาอาจจะอบนานถึง 50 นาทีเลยก็ได้ค่ะ (การอบบนถาดน้ำร้อนจะทำให้เค้กมีความชุ่มชื้นขึ้นค่ะ) เปิดไฟบน-ล่าง ปิดพัดลม หลังจากนั้นอบไล่ความชื้นเอาถาดรองน้ำร้อนออก อบต่อด้วยอุณหภูมิ 150-160 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8-10 นาที เปิดไฟบน-ล่าง ปิดพัดลม (เช็กความสุกโดยเอาไม้ปลายแหลมจิ้มลงไป ถ้าไม่มีเศษเค้กแฉะ ๆ ติดออกมา แสดงว่าเค้กสุกดีแล้วค่ะ) ถ้าไม่สะดวกรองด้วยถาดน้ำก็สามารถอบแบบธรรมดาที่อุณหภูมิ 150-160 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30-35 นาที ค่ะ



พออบเสร็จพักให้อุ่นลงประมาณ 10 นาที แล้วค่อยเอาเค้กออกจากพิมพ์ค่ะ

ลอกกระดาษไขออก



พลิกเค้กอีกด้านขึ้นมา และตัดขนาดตามชอบใจค่ะ

แค่นี้ก็ได้เค้กไข่ไต้หวันที่หอมนุ่ม เนื้อเค้กเด้งดึ๋งกินกันแล้วค่ะ



ชมคลิป วิธีทำเค้กไข่ไต้หวัน


ข้อมูลและภาพจาก ครัวป้ามารายห์
Advertisements

Advertisements

About mukura

kubkhao.com เว็บรวมสูตรกับข้าว สูตรอาหาร วิธีทำ มาแบ่งปันกัน เพราะเราเชื่อว่าการทำอาหารทานเองนั้นคือความสุข
ขับเคลื่อนโดย Blogger.